Facebook AccordClubThailand Click เลย

AccordClubThailand.com

  • ธันวาคม 16, 2018, 03:54:19 am
  • ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

 


 

 


ผู้เขียน หัวข้อ: แมวเปอร์เซีย ราชินีแมวที่ใคร ๆ หลงรัก  (อ่าน 226 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Mmint


  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • ค่าพลังโพส:
    0%
  • คะแนน ชื่นชม: 0

  • ออฟไลน์ ออฟไลน์

  • กระทู้: 11
  • หมายเลขสมาชิก: 18677

  • ผู้ตั้งกระทู้

แมวเปอร์เซีย ราชินีแมวที่ใคร ๆ หลงรัก

 แมวเปอร์เซีย ถือเป็นราชินีแมวจากแดนตะวันออกกลางที่ได้รับ

ความนิยมไปทั่วโลก วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมีประวัติแมวเปอร์เซีย

และวิธีเลี้ยงแมวเปอร์เซียมาฝาก
เพราะ แมวเปอร์เซีย เป็นแมวขนยาว หน้าตาน่าเอ็นดู หัวกลมสวย

ตากลมโต มีหลายสีขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ รวมถึงหน้าตาก็มีหลายแบบ

มีอุปนิสัยอ่อนโยน เข้ากับคนง่าย ร่าเริงซุกซน ชอบประจบประแจง

และมีไหวพริบ ซึ่งแมวพันธุ์นี้นับเป็นแมวต่างประเทศที่ถูกนำเข้ามา

เผยแพร่ในประเทศไทยเป็นพันธุ์แรกด้วย
 


 แมวเปอร์เซีย มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบเปอร์เซีย หรือประเทศตุรกี และ

อิหร่านในปัจจุบัน โดยในปี ค.ศ. 1684 ได้มีการบันทึกลายลักษณ์

อักษรเกี่ยวกับที่มาของ แมวเปอร์เซีย หรือแมวเปอร์เซียน (Persian

Cats) ว่า พ่อค้าทะเลทราย (หรือที่เรียกว่ากองคาราวาน) ทางแถบๆ

ตะวันตกของตุรกีและอิหร่าน มักบรรทุกสินค้ามากมาย อาทิเครื่อง

เทศ อัญมณี และสินค้ามีค่าอื่น ๆ ซึ่งบางครั้งก็มีแมวขนยาวติดมาด้วย

แมวขนยาวนั้นถูกซื้อโดยกะลาสีและได้นำแมวติดไปกับเรือสินค้า

เดินทางเข้าทวีปยุโรป ซึ่งหลายปีต่อมาแมวพันธุ์นั้นถูกรู้จักในชื่อ

เตอร์กิส แองโกร่า (Turkish Angora)

 ต่อมาในปลายศตวรรษที่ 19 ชาวอังกฤษเริ่มผสมพันธุ์แมวเตอร์กิส

แองโกร่า กับแมวสายพันธุ์อื่น และพัฒนาจนได้แมวที่มีขนหนาและ

ยาวกว่าเดิม กระทั่งในที่สุดแมวพันธุ์นี้ก็ได้รับการยอมรับและจด

ทะเบียนขึ้นที่ประเทศอังกฤษในชื่อว่า Longhair ซึ่งชื่อของมันก็ถูก

ตั้งขึ้นตามประเทศต้นกำเนิดนั่นเอง



928bet


นอกจากประเทศอังกฤษแล้ว แมวเปอร์เซียยังถูกนำไปเลี้ยงใน

ประเทศต่างๆ ทั้งยุโรปและอเมริกามานานหลายร้อยปี ซึ่งอเมริกาจะ

เรียกแมวพันธุ์นี้ว่า Persian

ลักษณะสายพันธุ์

          แมวเปอร์เซีย เป็นแมวที่มีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีกระดูก

ที่ใหญ่และแข็งแรง หัวและหน้ากลม หน้าผากโหนก แก้มเต็ม ดวง

ตากลมโต และอยู่ในตำแหน่งที่ห่างกัน มีจมูกที่หัก กล่าวคือ สังเกต

ได้ชัดเจนเมื่อมองจากด้านข้างจะเห็นจุดหักระหว่างจมูกกับหน้า

ผากชัดเจน เมื่อมองจากด้านหน้าจะเห็นเป็นขีดอยู่ระหว่างดวงตา

          สำหรับแมวเปอร์เซียที่มีลักษณะตรงตามมาตรฐานสายพันธุ์

ควรจะมีจมูกอยู่ในระดับเดียวกับตา โครงสร้างลำตัวสั้น ขาสั้นเตี้ย หู

เล็กมีปลายหูที่กลมมน และอยู่ในตำแหน่งที่ห่างกัน หางสั้นและตรง

ไม่มีรอยหัก ขนยาวฟู มีท่วงท่าการเดินดูสง่างาม ทั้งนี้ แมวเปอร์

เซียในสมัยแรก ๆ มีรูปร่างหน้าตาที่ต่างจากแมวเปอร์เซียในปัจจุบัน

มากทีเดียว ปัจจุบันมันถูกพัฒนาให้มีรูปร่างที่สั้นขึ้น ขนยาวขึ้น ถูก

เปลี่ยนแปลงโครงร่างให้ใหญ่และกลม จมูกสั้นและหักมากขึ้น

          อย่างไรก็ตาม แมวเปอร์เซียถูกแบ่งออกเป็น 7 ชนิด โดยแบ่ง

ตามสี และลักษณะเป็นหลัก ดังนี้

          1. Solid colour  ขนจะเป็นสีเดียวตลอดตัว ไม่ควรมีสีอื่นแซม

เลย สีจะต้องเสมอกันตลอด เช่น white ขนสีขาวบริสุทธิ์, blue ขนสี

เทาเข้ม, black สีขนดำสนิท, red ขนสีแดงเข้มและสดใส, cream

ขนสีครีมเข้ม, chocolate ขนสีน้ำตาลช็อกโกแลต, lilac ขนสีลาเวน

เดอร์

          2. Sliver&Golden ตาจะเป็นสีเขียวหรือสีเขียวอมน้ำเงินเท่า

นั้น

          3. Shade&Smoke จะมีสีขน 3 แบบ คือแบบ Shell จะมีสีที่

ปลายขนเพียงเล็กน้อย แบบ Shade จะมีส่วนที่เป็นสีมากกว่า และ

แบบ Smoke จะมีสีมากกว่าแบบ Shade

          4. Tabby จะมีลวดลายที่เป็นที่ยอมรับอยู่ 2 แบบ คือ Classic

และ Mackerel

          5. Parti-colour จะเกิดขึ้นเฉพาะเพศเมียเท่านั้น อันสืบเนื่อง

มาจากการสืบทอดทางโครโมโซม

          6. Calico & Bi-Color สีทั่วไปตาจะเป็นสีทองแดง ถ้าเป็นตา

สองสีตาข้างหนึ่งจะเป็นสีฟ้า อีกข้างเป็นสีทองแดง ความเข้มของสี

ตาทั้งสองข้างเท่า ๆ กัน

          7. Himalayan เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมว

ไทยวิเชียรมาสกับแมวเปอร์เซีย จะมีลักษณะแต้มสีตำแหน่งเดียว

กับแมววิเชียรมาส คือหูทั้งสองข้าง ที่หน้าครอบเหมือนหน้ากาก

ขาทั้งสี่ ตาสีฟ้าสดใส

928bet


ราคาแมวเปอร์เซีย

          อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่า แมวเปอร์เซียเป็นแมวสายพันธุ์

ต่างประเทศ ค่าเลี้ยงดูและค่าตัวอาจแพงสักหน่อย ทั้งนี้ ราคาของ

แมวเปอร์เซีย มีตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสน ขึ้นกับเกรดของสายพันธุ์

สามารถแบ่งได้เป็น

          เกรดเพ็ด (PET Quality) ส่วนมากเป็นแมวที่เลี้ยงตามบ้าน

ทั่วไป ราคาประมาณ 5,000-15,000 บาท จมูกยาว หน้าไม่บี้ หรือ

เรียกว่าหน้าตุ๊กตา

          เกรดทำพันธุ์และโชว์ (Breed and Show Quality) ส่วนมาก

เป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ เลี้ยงไว้เพื่อประกวด หรือโชว์ มีลักษณะของ

แมวเปอร์เซียที่ดีครบ โดยหน้าจะบี้ คือ จมูกและตาเกือบเสมอกัน

          นอกจากนี้ ระดับของราคายังแบ่งเป็นสายพันธุ์ในประเทศอยู่ที่

25,000-35,000 บาท สายพันธุ์นำเข้า 35,000-100,000 บาท

หรือมากกว่านั้น ขึ้นกับสุขภาพของแมว และลักษณะเด่นตามสาย

พันธุ์

          เมื่อตัดสินใจจะเลี้ยงแมวพันธุ์นี้แล้ว จงพึงระลึกไว้เสมอว่า

การดูแลขนของแมวเปอร์เซียเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ผู้เลี้ยงต้อง

หมั่นทำความสะอาดถึงการแปลงและสางขนแมวอย่างสม่ำเสมอจะ

ช่วยป้องกันการเกิดขนพันกัน เพราะการที่ขนพันกันเป็นกระจุกนั้น

จะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรครวมทั้งพยาธิต่าง ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรค

ผิวหนังอักเสบและเป็นที่อยู่ของเห็บหมัดอีกด้วย

อาหารและการเลี้ยงดู

          ในเรื่องของอาหารการกินนั้น ควรเลือกอาหารที่ช่วยให้ทาง

เดินอาหารของแมวไม่อุดตัน เนื่องจากแมวเปอร์เซียจะใช้เวลาส่วน

ใหญ่ในการเลียทำความสะอาดขน อันเป็นสาเหตุในการกินหรือกลืน

เส้นขนเข้าไปเป็นจำนวนมาก หากเส้นขนจะไปรวมตัวกันในช่อง

ท้องจะทำให้แมวเปอร์เซียสำรอกหรือเกิดปัญหาของระบบย่อย

อาหารได้

โรคและวิธีการป้องกัน

928bet


          โรคที่พบบ่อยใน แมวเปอร์เซีย นั้นส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่เกิด

ขึ้นและถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น โรคหายใจขัด หอบ หรือ ท่อ

น้ำตาอุดตัน เป็นต้น นอกจากนี้ แมวเปอร์เซียที่มีสีขาวรวมถึงแมว

เปอร์เซียที่มีตาสีฟ้าหรือตาข้างละสีมักมีความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด

คือ หูหนวก อีกด้วย

           อย่างไรก็ตาม โรคท่อน้ำตาอุดตัน และปัญหาคราบน้ำตา

เป็นปัญหาที่พบบ่อยและถูกถามถึงมากที่สุด อาการที่พบ คือ มีน้ำตา

ไหลในตาข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง ไม่มีอาการหรี่ตา น้ำตาที่ไหล

ออกมาเป็นน้ำตาใสๆ ร่วมกับมีคราบติดบริเวณร่องจมูก ซึ่งโรคนี้เป็น

โรคทางพันธุกรรม เกิดจากการสะสมของแบคทีเรียในท่อน้ำตา

เนื่องจากท่อน้ำตาและโพรงจมูกของแมวเปอร์เซียคดไปคดมา

          เมื่อเจ้าเหมียวของคุณประสบปัญหานี้เข้า การแก้ปัญหาเบื้อง

ต้น ผู้เลี้ยงอาจใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเคอยเช็ดคราบน้ำตาเป็นประจำ

เพราะหากปล่อยไว้จนแห้ง อาจเช็ดไม่ออก หมดสวยหมดหล่อไม่รู้

ด้วยนะคะ

          แต่ถ้าหากมีคราบน้ำตามเยอะและข้นกว่าปกติ อาจต้องใช้ยา

ป้ายตาร่วมกับการเช็ดคราบน้ำตา หรืออาจพาไปพบสัตวแพทย์

เพื่อล้างท่อน้ำตา และทำการรักษาต่อไป


บันทึกการเข้า
 


Facebook Comments

Facebook AccordClubThailand Click เลย