Facebook AccordClubThailand Click เลย

AccordClubThailand.com

  • ตุลาคม 21, 2017, 03:36:45 PM
  • ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

 


 

 


ผู้เขียน หัวข้อ: สอบถามปัญหาเสียงดังกุกๆเวลาชะลอความเร็วก่อนเบรคที่แก้ไม่จบของACCORD G9 หน่อยครับ  (อ่าน 46093 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พินิจ


  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • ค่าพลังโพส:
    0%
  • คะแนน ชื่นชม: 0

  • ออฟไลน์ ออฟไลน์

  • กระทู้: 1
  • หมายเลขสมาชิก: 15901

  • ผู้ตั้งกระทู้

เราจะขอปรึกษาหน่อยครับ accord g9 เราเพิ่งออกรถได้ไม่ถึง6เดือน รถวิ่งไปประมาณ5,000โล การใช้งานน้อยมาก ไม่ได้ขับทุกวัน อยู่ๆเมื่อประมาณเดือนกันยายน รถเริ่มมีเสียงดังกุกๆเวลาแตะเบรคเบาๆหรือปล่อยคันเร่งชะลอความเร็ว เราจึงนำรถไปเช็คที่ศูนย์ฮอนด้ายูไนเต็ด ราชพฤกษ์ ครั้งแรกเข้าไปช่างเช็คอาการแล้วแจ้งว่าเสียงดังเกิดจากลูกหมากคอม้าด้านซ้ายจึงทำการเปลี่ยนให้ทั้งซ้ายและขวา จากนั้นช่างก็แจ้งว่ารถไม่มีเสียงแล้ว เราก็นำรถออกจากศูนย์ ขับกลับบ้านก็เกิดอาการเดิมขึ้นอีกครั้ง วันรุ่งขึ้นเราจึงโทรแจ้งช่างที่ศูนย์ว่าเมื่อวานที่นำรถกลับมาสรุปคือก็ยังมีเสียงดังอยู่อีก จึงนำรถเข้าศนย์ครั้งที่สองเพื่อเช็คอาการ ช่างของทางศูนย์ใช้เวลาเช็คประมาณ2วันจึงโทรมาให้ข้อสรุปว่าอาจจะเป็นที่โช๊คหรือแล็ค ช่างก็ใช้เวลาอีกครึ่งวันในการหาข้อสรุปว่าเป็นที่ตัวไหนกันแน่ สรุปสุดท้ายโทรมาแจ้งว่าจะลองเปลี่ยนโช๊คดูก่อนว่าหายไหม ถ้าหายก็โอเค แต่ถ้าไม่หายก็จะต้องเปลี่ยนแล็ค เราก็รอคำตอบจนวันรุ่งขึ้นช่างแจ้งว่าสรุปช่างเทคนิคเฉพาะทางจากฮอนด้าสำนักงานใหญ่ มาดูเคสนี้ให้โดยเฉพาะจึงยังไม่ได้เปลี่ยนโช๊คให้เพราะช่างเทคนิคจะเริ่มเช็คใหม่ตั้งแต่แรก จนได้ข้อสรุปว่า เป็นเสียงที่เกิดจากแวคคัมอากาศ ที่อยู่ใกล้ๆกับโช๊คและแล็ค เป็นเรื่องปกติของaccord g9 ทุกคันจะต้องเป็น คือเราฟังข้อมูลจากช่างแล้วเรากำลังรู้สึกว่ามันเริ่มเป็นข้ออ้างในการจะปัดความรับผิดชอบแล้วอ่ะ คือคุณหาจุดไม่เจอแล้วก็มาพูดง่ายๆว่าเป็นเรื่องปกติ คีอรถราคาล้านห้านะครับ ไม่ใช่ห้าแสน แล้วอีกอย่างมีเพื่อนขับaccord เหมือนกันสอบถามแล้วไม่มีอาการแบบรถเราสักคน เราจึงจะถามว่าเพื่อนๆในคลับใครเคยมีปัญหานี้กันไหมครับ ถ้ามีเป็นที่ตรงไหน แล้วแก้ไขยังไง รบกวนด้วยนะครับ ตอนนี้เราเครียดจนปัญญาที่จะหาคำตอบแล้วครับ ถ้าจะให้เรายอมรับรถที่มีตำหนิที่หาไม่เจอเราคงไม่เอารถคันนี้อ่ะ เสียความรู้สึกมากครับ
บันทึกการเข้า

arisata2499


  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • ค่าพลังโพส:
    0.34%
  • คะแนน ชื่นชม: 0

  • ออฟไลน์ ออฟไลน์

  • กระทู้: 50
  • หมายเลขสมาชิก: 16879
บันทึกการเข้า

[email protected]


  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • ค่าพลังโพส:
    0.26%
  • คะแนน ชื่นชม: 0

  • ออฟไลน์ ออฟไลน์

  • กระทู้: 35
  • หมายเลขสมาชิก: 17206

อดีตนักเตะเจ้าของฉายา "รูนี่ย์เมืองไทย" ศักรินทร์ จันทร์โยธา ผลบอลสด
อดีตดาวรุ่งวงการฟุตบอลไทย ที่แจ้งเกิดจากเยาวชน 17 ปี ทีมชาติไทย
 ในยุคของ "โค้ชเตี้ย"สะสม พบประเสริฐ จนสโมสรเทโรฯ ยื่นสัญญาการเป็นนักเตะอาชีพให้ตั้งแต่อายุไม่ถึง 20 ปี ด้วยเงินเดือน 3.5 หมื่นบาท เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา
 พร้อมกันนี้โปรไฟล์การเป็นผู้เล่นสมัยเยาวชนของเขา ยังสวยหรูด้วยการเพาะบ่มโอกาสไปฝึกฟุตบอลที่สโมรเอฟเวอร์ตัน พร้อมกับ รณชัย รังสิโย และ นฤพล อารมณ์สวะ
    ศักรินทร์ จันทร์โยธา ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นดาวยิงที่จะขึ้นมาสืบทอดตำนานกองหน้ารุ่นพี่รายอื่นๆ ซึ่งเวลานั้นเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา
ยังไม่มีโอกาสที่จะเจิดจรัสแสง แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเพราะวิถีนอกสนามของเขาในช่วงรุ่งเรืองอาจจะเดินผิดทางไปบ้าง ทำให้ทุกอย่างขาดความต่อเนื่อง แม้นักเตะเจ้าของฉายา
"รูนี่ย์เมืองไทย" จะพยามเคี่ยวเข็ญตัวเองถึง 3 ครั้งเพื่อกลับมาเล่นฟุตบอลอาชีพ ให้กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด และ เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จเพราะอาการบาดเจ็บเล่นงานหนัก
จึงทำได้เพียงแค่เล่นฟุตบอลเดินสายทั่วไปใน จ.กาญจนบุรี

    แต่ล่าสุดเจ้าตัวได้รับบทบาทใหม่ในเส้นทางสายฟุตบอลที่รักอีกครั้งด้วยการเป็นโค้ชให้กับ ร.ร.เมฆบัณฑิต ที่จังหวัดกาญจนบุรี สอนฟุตบอลให้กับทีมในรุ่น 8-12 ปี ซึ่งเจ้าตัวเปิดใจว่า
"หลายครั้งที่ผมดูทีมชาติไทยผ่านการถ่ายทอดสดรู้สึกเสียใจทุกครั้งเมื่อเห็นเพื่อนๆเล่นแต่เรากลับทิ้งโอกาสนั้นไปทุกอย่างมันผ่านมาจนถึงวันนี้ก็ต้องสู้ต่อ วันนี้ผมได้รับโอกาสการเป็นโค้ชครั้งแรกในชีวิต
 ผมจะนำประสบการณ์พร้อมกับสิ่งที่เรียนรู้ระดับ ซี ไลเซนส์ สมัยอบรมโค้ชที่สนามมีสุวรรณ มาสอนเด็กๆให้เขาก้าวเดินอย่างถูกต้อง ถึงวันนี้ถ้าคิดแบบเข้าข้างตัวเองผมก็ได้เริ่มงานโค้ชก่อนเพื่อนๆ
แม้ว่าจะเป็นทีมระดับเด็กๆแต่มันคืองานที่ท้าทายและจะไม่ปล่อยให้โอกาสครั้งนี้หลุดมือไปอีก"
บันทึกการเข้า
 


Facebook Comments

Facebook AccordClubThailand Click เลย